ผีที่ว่าน่ากลัวยังไม่น่ากลัวเท่าแก๊งค์คอลเซนเตอร์

ผีที่ว่าน่ากลัวยังไม่น่ากลัวเท่าแก๊งค์คอลเซนเตอร์
Photo by KDMC

จากกรณีที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับการหลอกลวงนักศึกษาหลายร้อยคนโดย “แก๊งคอลเซนเตอร์” ซึ่งมาในรูปแบบที่ซับซ้อนและทำให้เชื่อถือได้ โดยแก๊งคอลเซนเตอร์อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี นักศึกษาหลายคนได้รับการติดต่อแจ้งว่าพวกเขาอาจมีความผิดตามกฎหมาย บทสนทนาหรือข้อความมักจะสร้างความตกใจ และตอกย้ำความน่าเชื่อถือด้วยการระบุเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหายอย่างถูกต้อง ทำให้นักศึกษาหลงเชื่อจนถูกหลอกให้โอนเงินหรือถ่ายภาพเพื่อยืนยันตัวตน ในบทความนี้ เราจะมาดูถึงกลวิธีของแก๊งคอลเซนเตอร์ และเรียนรู้วิธีการป้องกันและสังเกตเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

กลวิธีหลอกลวงของแก๊งคอลเซนเตอร์

  1. อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือบุคคลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
    แก๊งคอลเซนเตอร์มักจะแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลจากหน่วยงานที่นักศึกษารู้จักดี และแจ้งว่าพวกเขามีความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย โดยบางครั้งมีการข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือจ่ายเงินเป็นการแก้ไข
  2. ข้อมูลส่วนตัวที่ดูน่าเชื่อถือ
    มิจฉาชีพมักใช้ข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประชาชน ที่ได้มาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเพื่อทำให้เหยื่อเชื่อว่าพวกเขาคือตัวจริง และทำให้เกิดความกลัว
  3. ข่มขู่และทำให้รู้สึกตกใจ
    ข้อความหรือการโทรศัพท์มักจะทำให้นักศึกษารู้สึกตกใจและกลัวว่าจะต้องมีคดีติดตัว ซึ่งกระตุ้นให้เหยื่อทำตามคำสั่งของมิจฉาชีพโดยไม่ทันคิด
  4. หลอกให้โอนเงินหรือส่งข้อมูลเพิ่มเติม
    แก๊งคอลเซนเตอร์อาจอ้างว่า หากโอนเงินจำนวนหนึ่งไปยังบัญชีที่ระบุจะช่วยแก้ไขปัญหา หรือขอให้ถ่ายภาพบัตรประชาชนเพื่อใช้เป็นการยืนยันตัวตน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดอีกต่อหนึ่ง

วิธีการป้องกันตัวจากแก๊งคอลเซนเตอร์

เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ นักศึกษาควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

  1. สังเกตความน่าสงสัยจากการติดต่อ
    • หากได้รับการติดต่อแจ้งว่ามีคดีความผิดกฎหมาย ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง หน่วยงานราชการส่วนใหญ่ไม่ติดต่อทางโทรศัพท์หรือข้อความเพื่อแจ้งเรื่องคดีความโดยตรง
    • อย่าเชื่อข้อมูลบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวที่แก๊งคอลเซนเตอร์ระบุ ให้ตั้งข้อสงสัยว่าแก๊งคอลเซนเตอร์อาจได้ข้อมูลนี้มาจากแหล่งที่ไม่เหมาะสม
  1. อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
    • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว หรือถ่ายภาพยืนยันตัวตนส่งไปให้กับบุคคลที่เราไม่รู้จักหรือไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มา
    • อย่าให้รหัสผ่าน เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลทางการเงินกับบุคคลที่โทรมาข่มขู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาอ้างว่ามาจากหน่วยงานราชการ
  1. หลีกเลี่ยงการโอนเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบ
    • หน่วยงานราชการจะไม่มีการเรียกร้องให้โอนเงินเพื่อ “ลบคดี” หรือ “แก้ไขปัญหาทางกฎหมาย” หากได้รับการขอให้โอนเงินไปยังบัญชีใดๆ ให้สันนิษฐานว่าเป็นการหลอกลวง
    • หากสงสัยว่าการโอนเงินหรือการชำระเงินนั้นเป็นของจริง ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดผ่านช่องทางติดต่อที่เป็นทางการเท่านั้น
  1. ตั้งสติเมื่อได้รับการติดต่อที่ทำให้รู้สึกตกใจ
    • หากรู้สึกตกใจกับเนื้อหาการโทรหรือข้อความ ให้หยุดพักเพื่อตั้งสติ พิจารณาข้อความที่ได้รับและตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือปรึกษากับครอบครัวหรือเพื่อนก่อนที่จะทำตามคำสั่งของผู้ติดต่อ
  1. เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น
    • การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้นบนแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่างๆ จะช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต


การสังเกตว่าเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์หรือไม่

  • อีเมลหรือข้อความที่มีภาษาที่เร่งรีบหรือกดดันให้ดำเนินการทันที
    มิจฉาชีพมักใช้ภาษาที่เร่งรัดและกดดันเหยื่อ เช่น “ต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง” หรือ “หากไม่โอนเงินภายในเวลาที่กำหนดจะถูกดำเนินคดี”
  • การขอให้โอนเงินไปยังบัญชีส่วนบุคคล
    หากมีการขอให้โอนเงินไปยังบัญชีส่วนบุคคลหรือบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อหน่วยงานทางการ ให้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง
  • ตรวจสอบจากหมายเลขโทรศัพท์
    หน่วยงานราชการจะใช้หมายเลขโทรศัพท์ทางการในการติดต่อ หากได้รับการติดต่อจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยหรือดูไม่เป็นทางการ อาจเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์

        ในยุคที่ข้อมูลสามารถถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย การระมัดระวังตัวและตรวจสอบข้อมูลก่อนการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักศึกษา การสังเกตและระวังภัยจาก “แก๊งคอลเซนเตอร์” เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก หากเราไม่ตกใจและตั้งสติ พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนทำตามคำขอใดๆ การป้องกันตัวเองจากการหลอกลวงจะช่วยให้นักศึกษามั่นใจและปลอดภัยในยุคดิจิทัล

Read more

💡 4 แนวปฏิบัติสร้าง Growth Mindset เปลี่ยนห้องเรียนให้เต็มไปด้วยศักยภาพ

💡 4 แนวปฏิบัติสร้าง Growth Mindset เปลี่ยนห้องเรียนให้เต็มไปด้วยศักยภาพ

แนวคิด Growth Mindset มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและความสำเร็จของนักศึกษาในทุกรายวิชา

By อ.บอม GenEd.
ถอดบทเรียนจากกิจกรรมพัฒนากาย-จิต-สังคม ในรายวิชา Joy of Sharing 2/68

ถอดบทเรียนจากกิจกรรมพัฒนากาย-จิต-สังคม ในรายวิชา Joy of Sharing 2/68

ผู้ถอดบทเรียน: ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ อาจารย์ประจำวิชา (อาจารย์พิเศษ สำนักศึกษาทั่วไป) วันที่จัดกิจกรรม: 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 1. วัตถุประสงค์และกรอบแนวคิดของกิจกรรม การจัดกิจกรรมในคาบเรียนนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อชี

By อ.บอม GenEd.
ส่องโครงการจิตอาสา สจล. วิชา Joy of Sharing 1/68 พลังเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใกล้ตัว

ส่องโครงการจิตอาสา สจล. วิชา Joy of Sharing 1/68 พลังเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใกล้ตัว

โครงการจิตอาสา "Joy of Sharing" ของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เทอม 1 ปีการศึกษา 2568 พิสูจน์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลง อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาระดับโลก แต่เกิดจากการหันมามองและใส่ใจ "ปัญหาเล็กๆ ที

By อ.บอม GenEd.
ปฏิบัติการ 'กินได้ทิ้งให้ถูกที่' ที่ห้องน้ำหอสมุด KLLC ลดขยะได้จริงแค่ไหน?

ปฏิบัติการ 'กินได้ทิ้งให้ถูกที่' ที่ห้องน้ำหอสมุด KLLC ลดขยะได้จริงแค่ไหน?

ปัญหาขยะในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะ "ห้องน้ำ" เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้ามไป และนี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการจิตอาสา "กินได้ทิ้งให้ถูกที่" โดยนักศึกษาวิชา ปันสุข Joy of Sharing จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.

By อ.บอม GenEd.