อะไรไม่รู้ แต่ฉันไม่ผิด

ในโลกที่เต็มไปด้วยการสื่อสาร ความเข้าใจไม่ได้มาจากคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความตั้งใจเบื้องหลังด้วย การโทษใครสักคนอาจเป็นการปกป้องตัวเอง แต่สิ่งที่เราลืมคือความรู้สึกของคู่สนทนา คำเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดรอยร้าวโดยไม่รู้ตัว

อะไรไม่รู้ แต่ฉันไม่ผิด

ย้อนกลับไปสมัยที่ผมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ หน้าที่ของผมมักจะต้องประสานงานกับองค์กรภายนอก ซึ่งบ่อยครั้งที่ต้องส่งเอกสารหรือไฟล์งานไปให้พวกเขาผ่านพนักงานส่งเอกสาร แล้วก็ต้องขอคืนของเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่น CD หรืออุปกรณ์จิปาถะต่างๆ

แล้วบางครั้งเมื่อผมยังไม่ได้รับของคืน ก็ต้องโทรไปสอบถามอยู่เสมอ แต่เรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกทั้งขำและหงุดหงิดในตอนนั้นคือ พอผมโทรไป อีกฝ่ายมักจะบอกว่า “ส่งคืนแล้วนี่คะ?” ซึ่งฟังแล้วก็งงๆ เพราะของยังไม่กลับมาถึงมือผมเลย แต่ที่พีคกว่านั้นคือบางครั้งจะตามมาด้วยประโยคอย่าง “หาดูดีๆ หรือยังคะ” แล้วพอผ่านไปไม่กี่วัน ของที่ผมตามหาก็จะถูกส่งคืนมาจริงๆ

เคยเจออะไรแบบนี้กันบ้างไหมครับ? 😄 ที่อาจเผลอปฏิเสธหรือโยนความผิดให้คนอื่นไว้ก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้เรื่องยิ่งซับซ้อนขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้ทั้งเราและคนอื่นรู้สึกแย่ได้โดยไม่จำเป็น

การตำหนิผู้อื่นอยู่เสมอ มักจะเกิดจากหลายสาเหตุ บางทีเราอาจรู้สึกผิดหวังในตัวเอง ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิด ก็เลยโยนความผิดให้คนอื่นแทน หรือบางครั้งอาจเป็นเพราะเราเคยชินกับการเห็นคนรอบข้างทำแบบนี้มาก่อน ทำให้เรารู้สึกว่า การโทษคนอื่นช่วยให้เราสบายใจขึ้นในตอนนั้น แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นแค่การหนีความจริงเท่านั้นเอง

เมื่อเราโทษคนอื่น ผลที่ตามมาคือความสัมพันธ์ที่เริ่มห่างเหินจากความไว้วางใจลดลง รวมถึงความเข้าใจที่ลดน้อยลง

การโทษคนอื่น คือการบอกอีกฝ่ายว่า "เธอผิด ฉันไม่เกี่ยว" ซึ่งทำให้คนที่ถูกตำหนิรู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือแย่ยิ่งไปกว่านั้นคือ รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ถูกต้องเลย

แล้วถ้าเราเป็นคนตำหนิคนอื่นล่ะ? การตำหนิคนอื่นบ่อยๆ ทำให้เราไม่เติบโต เพราะเราไม่ได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเอง เราไม่พัฒนา และขาดความเชื่อมั่นในตัวเองในที่สุด

การแก้ไข ให้เริ่มจากการรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ ลองถามตัวเองว่า "เรามีส่วนไหนที่ทำให้เรื่องนี้เป็นแบบนี้?" การยอมรับความจริงไม่ใช่การทำให้ตัวเองดูแย่ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เติบโต การเรียนรู้ที่จะพูดคุยอย่างเปิดใจ และไม่โยนความผิดไปให้คนอื่น จะช่วยให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

แทนที่จะพูดว่า "ส่งคืนแล้วนี่คะ?" อาจเปลี่ยนเป็นคำพูดที่สุภาพและให้ความร่วมมือมากขึ้น เช่น

"ขอโทษด้วยนะคะ รบกวนตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งได้ไหมคะ? หากยังไม่ได้รับ รบกวนแจ้งด้วยนะคะ เดี๋ยวจะช่วยตรวจสอบให้ค่ะ"

การพูดแบบนี้จะทำให้ฝ่ายรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญและพร้อมช่วยเหลือ ทำให้การสื่อสารเกิดความเข้าใจและราบรื่นมากขึ้น

สำหรับคนที่ถูกตำหนิ อย่าลืมนะครับว่า บางทีคุณก็ไม่ได้ผิดเสมอไปหรอก บางครั้งการที่คนอื่นโทษคุณ อาจไม่ได้หมายความว่าคุณทำผิด แต่มันอาจหมายความว่าคนที่ตำหนิคุณกำลังมีปัญหากับตัวเอง ดังนั้นอย่าให้คำตำหนิทำลายความเชื่อมั่นในตัวเอง ลองเปิดใจคุยกับเขา (ถ้าเขาพร้อมจะเปิดใจกับคุณ) มันอาจช่วยลดความเข้าใจผิดและลดการตำหนิคุณลงได้

มาช่วยกันสร้างความเข้าใจ เรียนรู้จากความผิดพลาด และเติบโตไปพร้อมๆ กัน ✨ ความผิดพลาดนั้นคือครูที่ดีที่สุด และการยอมรับความจริงคือกุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคต

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เผลอตำหนิคนอื่น หรือเป็นคนที่ถูกตำหนิบ่อยๆ อย่าลืมว่า การสื่อสารด้วยความเข้าใจ การยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง และการให้อภัย เป็นวิธีที่จะช่วยให้เราทุกคนเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความสุข และความสัมพันธ์ที่มั่นคงขึ้น 💪💖

#softskills

Read more

ถอดบทเรียนการสอน: วิชาปันสุข (Joy of Sharing)

ถอดบทเรียนการสอน: วิชาปันสุข (Joy of Sharing)

เทอม 2 ปีการศึกษา 2568 | จากห้องเรียน 134 ชีวิต สู่การเปลี่ยนผ่านนิยามความสุข บทนำ เมื่อ "ห้องเรียน" กลายเป็น "พื้นที่แห่งการเปลี่ยนแปลง" วิชา "ปันสุข" (Joy of Sharing) ไม่ใช่วิชาที

By อ.บอม GenEd.
💡 4 แนวปฏิบัติสร้าง Growth Mindset เปลี่ยนห้องเรียนให้เต็มไปด้วยศักยภาพ

💡 4 แนวปฏิบัติสร้าง Growth Mindset เปลี่ยนห้องเรียนให้เต็มไปด้วยศักยภาพ

แนวคิด Growth Mindset มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและความสำเร็จของนักศึกษาในทุกรายวิชา

By อ.บอม GenEd.
ถอดบทเรียนจากกิจกรรมพัฒนากาย-จิต-สังคม ในรายวิชา Joy of Sharing 2/68

ถอดบทเรียนจากกิจกรรมพัฒนากาย-จิต-สังคม ในรายวิชา Joy of Sharing 2/68

ผู้ถอดบทเรียน: ชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ อาจารย์ประจำวิชา (อาจารย์พิเศษ สำนักศึกษาทั่วไป) วันที่จัดกิจกรรม: 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 1. วัตถุประสงค์และกรอบแนวคิดของกิจกรรม การจัดกิจกรรมในคาบเรียนนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อชี

By อ.บอม GenEd.
ส่องโครงการจิตอาสา สจล. วิชา Joy of Sharing 1/68 พลังเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใกล้ตัว

ส่องโครงการจิตอาสา สจล. วิชา Joy of Sharing 1/68 พลังเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใกล้ตัว

โครงการจิตอาสา "Joy of Sharing" ของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เทอม 1 ปีการศึกษา 2568 พิสูจน์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลง อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาระดับโลก แต่เกิดจากการหันมามองและใส่ใจ "ปัญหาเล็กๆ ที

By อ.บอม GenEd.